สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถแยกให้เป็นสารที่ง่ายกว่านี้ได้ด้วยวิธีทางเคมี ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น สี ความหนาแน่น จุดหลอมเหลว และการนำไฟฟ้า โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ
ภาพตารางธาตุจาก : trueplookpanya
มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง (ยกเว้นปรอทที่เป็นของเหลว)
นำความร้อนและไฟฟ้าได้ดีเหนียว ตีแผ่เป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ ผิวเป็นมันวาว และมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูง
เช่น เหล็ก (Fe), อะลูมิเนียม (Al), ทองแดง (Cu), ทองคำ (Au)
อโลหะ (Non-Metals)
กระจายตัวอยู่ทางขวาของตารางธาตุ มีสถานะครบทั้ง 3 รูปแบบ คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ไม่นำความร้อนและไฟฟ้า (ยกเว้นแกรไฟต์) มีความเปราะ ไม่สามารถตีเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ ผิวไม่มันวาว และจุดเดือด/จุดหลอมเหลวต่ำ
เช่น ออกซิเจน (O), คาร์บอน (C), ไนโตรเจน (N), กำมะถัน (S)
กึ่งโลหะ (Metalloids)
ธาตุที่อยู่บริเวณเส้นแบ่งระหว่างโลหะและอโลหะ มีสมบัติก้ำกึ่งระหว่างโลหะและอโลหะ
มักมีลักษณะเป็นของแข็ง ผิวเป็นมันวาวสีเงินเหมือนโลหะ แต่เปราะแตกง่ายเหมือนอโลหะ นำไฟฟ้าได้บ้างที่อุณหภูมิปกติ และนำไฟฟ้าได้ดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น (จึงนิยมใช้เป็นสารกึ่งตัวนำ)
เช่น โบรอน (B), ซิลิคอน (Si), เจอร์เมเนียม (Ge), สารหนู (As)
โลหะเป็นธาตุที่มีผิวมันวาว นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดี สามารถตีแผ่เป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นลวดได้ จึงนิยมนำไปใช้ผลิตเครื่องมือ เครื่องจักร สายไฟ และวัสดุก่อสร้าง ตัวอย่างโลหะ ได้แก่ เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง และทองคำ
อโลหะมีสมบัติแตกต่างจากโลหะ โดยส่วนใหญ่นำความร้อนและไฟฟ้าได้ไม่ดี ไม่มีผิวมันวาว และเมื่อเป็นของแข็งมักเปราะแตกง่าย อย่างไรก็ตาม อโลหะหลายชนิดมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น ออกซิเจนที่ใช้ในการหายใจ ไนโตรเจนที่เป็นองค์ประกอบของอากาศ และคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบของสารอินทรีย์
กึ่งโลหะเป็นธาตุที่มีสมบัติอยู่ระหว่างโลหะและอโลหะ สามารถนำไฟฟ้าได้ปานกลาง จึงเรียกว่าเป็นสารกึ่งตัวนำ ธาตุกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การผลิตชิปคอมพิวเตอร์ แผงวงจร และเซลล์แสงอาทิตย์ ตัวอย่างกึ่งโลหะ ได้แก่ ซิลิกอน โบรอน และเจอร์เมเนียม
การจำแนกธาตุตามสมบัติช่วยให้สามารถเลือกใช้วัสดุได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาวิชาเคมี การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ในอนาคต